ภูเก็ต – เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.30 น. สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 นำชุดปฏิบัติงานร่วมบูรณาการ ลงพื้นที่ ณ หาดกะตะ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบ กรณีสื่อโซเซียล โพสต์ข้อความว่า ได้มีกลุ่มชาวต่างชาติคล้ายนักท่องเที่ยวชาวจีน ลงดำน้ำยิงปลานกแก้ว (ซึ่งเป็นปลาที่ขึ้นบัญชีปลาสวยงาม ห้ามจับและครอบครอง) โดยพบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าว ได้ลงดำน้ำตอนกลางคืนพร้อมอุปกรณ์ดำน้ำยิงปลา จากนั้นจึงว่ายน้ำเพื่อนำปลาขึ้นมายังฝั่ง และยังจับปลาดาวหลายตัวมาให้นักท่องเที่ยวหญิงเล่น ในคลิปยังปรากฏนักท่องเที่ยวฝรั่งในบริเวณนั้นเดินผ่านมาและมาร่วมกันถ่ายรูปเล่นอย่างสนุกสนานอีกด้วย เหตุเกิดที่หาดกะตะ บริเวณหัวแหลมใกล้กับร้านอาหารโบ๊ทเฮ้าส์ เมื่อคืนวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา”

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำภูเก็ต กองกับกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต, สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล, ตำรวจป่าไม้ บก.ปทส. และ เทศบาลตำบลกะรน จำนวน 20 นาย ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ด้านทิศใต้ของหาดกะตะ บริเวณ ร้าน “PHUKET SKA BAR” จุดที่มีภาพในคลิปตามที่เป็นข่าว สอบถามเจ้าของร้าน PHUKET SKA BAR ทราบว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ได้พบเห็นนักท่องเที่ยงชาวจีนชาวจีน เข้ามาดำน้ำยิงปลาในพื้นที่ชายหาดแนวโขดหิน บริเวณชายหาดหน้าร้าน และมีการนำปลานกแก้ว ขึ้นมาบริเวณหน้าหาด และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาดูและขอถ่ายภาพตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ตนได้ห้ามแล้วแต่นักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ฟัง จึงขอให้เจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์มาติดตั้งในบริเวณหน้าหาด และอยากให้เจ้าหน้าที่แวะเข้ามาตรวจในพื้นที่บ่อยๆ เนื่องจากหน้าหาดเป็นจุดปลายสุดของอ่าวกะตะ 

ทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลกะรน ได้รับผิดชอบที่จะทำป้ายประชาสัมพันธ์มาติดไว้บริเวณหน้าหาด และจะจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจแวะเข้ามาตรวจเยี่ยมเป็นระยะ ส่วนทางสถนีตำรวจภูธรกะรน จะจัดเจ้าหน้าที่ชุดตรวจเข้ามาดูแลในพื้นที่นี้ด้วย จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันประชาสัมพันธ์ถึงโทษและความผิดเกี่ยวกับการจับและครอบครองปลานกแก้วให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ร้านค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ทราบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ “การจับหรือครอบครองปลานกแก้ว ซึ่งอยู่ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2567 ลำดับที่ 77 ปลานกแก้วในวงศ์ Scaridae  อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. ๒๕๖7 ลงวันที่ 1๓ ธันวาคม ๒๕๖7 ข้อ 10 (7)  มีบทกำหนดโทษตาม มาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕  จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบเห็นการจับหรือครอบครองปลานกแก้ว ให้โทรแจ้งสายด่วนพิทักษ์ทะเล เบอร์ 1362  เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการต่อไป”