ภูเก็ต, ประเทศไทย – วันที่ 9 กันยายน 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมสื่อสารทิศทางและแนวทางการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวปี 2570 ณ โรงแรม SAii Laguna Phuket จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” ถ่ายทอดข้อมูลตลาดเชิงลึก และสื่อสารทิศทางการดำเนินงานด้านการตลาดปี 2570 สู่ผู้ประกอบการและพันธมิตรภาครัฐ สมาคม/ชมรม สายการบิน และเอกชนในพื้นที่ ชี้โอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และแสวงหาความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยกำหนดเป้าหมาย นำประเทศไทยสู่ Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination         

ภายในงาน นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. ระบุว่า เป้าหมายในการเปลี่ยนแปลง คือ เปลี่ยนจากการเติบโต ด้วย “ปริมาณ” สู่การเติบโตด้วย “คุณค่า” ท่ามกลางแนวโน้มโลก ความท้าทาย และโอกาสใหม่ของการท่องเที่ยว พร้อมกำหนด “The Winning Goal 2027” ผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ รายได้การท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569 สัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง 60:40 และดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยว (Loyalty) ติดอันดับ Top 3 ของเอเชีย

จากทิศทางและเป้าหมายดังกล่าว ททท. ต่อยอดสู่เวทีเสวนา “The Ultimate Fight 2027” โดยผู้บริหาร ททท. ทั้งจากด้านตลาดต่างประเทศ ตลาดในประเทศ และด้านนโยบายและแผน ได้ร่วมถ่ายทอด Market Insight เจาะสถานการณ์ แนวโน้ม พฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพ และโอกาสในการแข่งขัน พร้อมนำเสนอ Marketing Direction 2027 เดินเกมส์รุกตลาดผ่าน  4 ยุทธศาสตร์  ดังนี้  

  1. Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างทั้งในมิติตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยแบ่งกลยุทธ์ตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต (Retain) ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ (Reshape) และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Recover) พร้อมขยายฐานสู่ตลาดใหม่ทั้งยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ควบคู่กับการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวตามพฤติกรรมและแรงจูงใจ (Segmentation Portfolio) เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Mainstream, Experience, High Value และ Premium Traveler โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีศักยภาพของสินค้าและบริการท่องเที่ยวระดับคุณภาพ สามารถต่อยอดการส่งเสริมกลุ่ม High Value และ Premium ไปสู่ Wellness และ Ultra Luxury เพื่อเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมกระจายรายได้และโอกาสสู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านโครงการ “The Link Plus” ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าวร้อยละ 10
  1. Shape Experience Platform ยกระดับจาก Value for Money สู่ Meaningful Destination โดยยกระดับแบรนด์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่ “คุ้มค่าเงิน” สู่จุดหมายที่ “มีความหมาย” ผ่านแคมเปญสื่อสาร Healing is the New Luxury สำหรับตลาดต่างประเทศ และส่งเสริมการเดินทางในประเทศผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย…ให้ใจได้ฮีล” รวมถึงการออกแบบ Theme Experience ครอบคลุมอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง พร้อมต่อยอดเครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง รวมถึงเดินหน้าสร้างอัตลักษณ์เมืองผ่าน Signature Destination Branding นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม
  1. Build New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการเดินหน้าสร้าง เครื่องยนต์การเติบโตใหม่ 4 ด้าน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy ได้แก่ Theme Product Experience ที่นำเสนอ 9 กลุ่มประสบการณ์และ Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler, Well-being Tourism ที่ยกระดับไทยสู่ Global Health & Healing Destination ผ่านจุดแข็งด้านการแพทย์ครบวงจร Wellness เชิงวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย, Festival Economy จัดกิจกรรมระดับ World & International Events ควบคู่กับการต่อยอดความสำเร็จในการผลักดันเทศกาลอัตลักษณ์ไทยในปี 2569 อย่างงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร สู่การเป็น Must-Experience in Thailand ระดับนานาชาติ และ Future Sustainability ที่ขยายพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืนสู่จังหวัดน่านและกลุ่ม Wellness Valley พร้อมส่งเสริมโรงแรม Low Carbon ภายใต้มาตรฐาน CF Hotel และกรอบการประเมิน SDG
  1. Transform Together ยกระดับบทบาทของ ททท. ในการนำพาทุกภาคส่วน Transform ไปด้วยกัน ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ ใช้ข้อมูลเชิงลึกนำทาง เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลผ่านระบบ Tourism Value Intelligence ร่วมกับเครือข่าย 45 สำนักงานในประเทศ 2 ศูนย์ประสานงาน และ 29 สำนักงานต่างประเทศ ขยายขีดความสามารถและองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และพัฒนา “สถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยว” ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2571 รวมทั้งสนับสนุนนวัตกรรมจาก Start-up ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวก ปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรึงใจตลอดเส้นทางการเดินทาง

นอกจากนี้ ททท. ยังนำเสนอแนวทางและกิจกรรมการตลาดปี 2570 ที่ภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญๆ กิจกรรมส่งเสริมตลาดในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการต่อยอดศักยภาพภาคใต้ในกลุ่มตลาดมูลค่าสูง อาทิ Amazing Thailand Health & Wellness ในเดือนพฤษภาคม 2570 เพื่อส่งเสริมประเทศไทยสู่ Global Wellness Destination และ Ultra Thailand 2027 ในเดือนมิถุนายน 2570 เจาะตลาด Private Luxury และกลุ่ม Ultra Luxury ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการเดินทางในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ Vijit Thailand @Trang, Phang Nga Coffee Journey, Life Look Better @South และ Expat Travel Fair ไทยเที่ยวไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำ Market Insight ไปใช้พัฒนาสินค้าและประสบการณ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และเชื่อมต่อเข้าสู่ตลาดศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ          

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมสื่อสารทิศทางแผนตลาดปี 2570 ที่จังหวัดภูเก็ต นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ The Year of Transformation จากทิศทางระดับประเทศสู่การขับเคลื่อนในระดับภูมิภาค เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตรในพื้นที่ เปลี่ยนศักยภาพของแต่ละภูมิภาคให้เป็นคุณค่าที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเป้าหมาย สร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้ และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป